ให้เรตสมาชิก: 5 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

กางเต็นท์ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย "ลานนับดาว"

วันหยุด เสาร์และอาทิตย์ที่ 22-23 มกราคม 2565 ผมมีแผนการท่องเที่ยวที่ไม่ไกลบ้านมากนัก นั่นคือ การไปกางเต็นท์เล่นน้ำตก ณ อุทยานแห่งชาติ "น้ำตกเจ็กสาวน้อย" ผมคิดว่าลูกสาววัย 8 ขวบของผมคงจะชอบเล่นน้ำตกตามธรรมชาติอย่างแน่นอน 

การเดินทางในวันนี้ เป็นการเดินทางไปกับครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ ลูกสาว ผมจึงใช้รถยนต์ PPV เป็นยานพาหนะในการเดินทาง เนื่องจากคันใหญ่ขนสัมภาระได้เยอะ และให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยกว่ารถยนต์เก๋ง และรถมอเตอร์ไซค์ที่มีใช้อยู่

ครั้งนี้ผมจะไปกางเต็นท์นอนที่ลานกางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ชื่อว่า "ลานนับดาว" เป็นการมากางเต็นท์ครั้งแรกที่นี่ และก็นอนกันทั้งครอบครัว สัมภาระต่างๆ จึงเตรียมมาเต็มที่ โดยใช้แนวคิดที่ว่า "เหลือดีกว่าขาด"

ลานนับดาว น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

ผมเริ่มเดินทางออกจากบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 8:30 น. จากการคำนวนโดยแอพพลิเคชั่นนำทาง จะใช้เวลาเดินทาง 1.5 ชั่วโมง ผมคาดว่าจะไปถึงประมาณ 10:00 น. ตามที่ได้ลงเวลาจองเอาไว้ในแอพพลิเคชั่น QQ

หลังจากซื้อ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง จากร้านโปรดแล้ว ผมก็มุ่งหน้าไปยัง น้ำตกเจ็ดสาวน้อย โดยใช้แอพพลิเคชั่นนำทางจาก Apple Car Play ที่เชื่อมต่อเข้าสู่จอมอนิเตอร์รถยนต์ PPV หลังจากนั้นผมก็ขับรถเดินทางไปตามที่แอพพลิเคชั่นบอกนำทาง ชีวิตนี้มันช่างดูง่ายเสียเหลือเกิน

จนในที่สุดแอพพลิเคชั่นนำทางก็แจ้งว่าเหลืออีก 2-3 กิโลเมตรจะถึงจุดหมาย แต่ผมกลับรู้สึกว่าผิดปกติ เนื่องจากเส้นทางมันไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาผมก็เข้าไปดูเส้นทางจาก Google map Street View เหมือนกัน

จนในที่สุดสัญญาณมือถือหายไป แอพพลิเคชั่นไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ ผมจึงต้องกลับรถเพื่อไปยังจุดที่ผมรู้สึกตัวว่ากำลังหลงทาง และในที่สุดผมก็รู้ว่า "ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด" ถึงแม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้แล้วก็ตามที

ในที่สุดผมก็เริ่มต้นค้นหาเส้นทางอีกครั้งในขณะที่สัญญาณมือถือกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

เมื่อผมตรวจสอบตำแหน่งเป็นที่แน่นอนแล้ว ผมก็เริ่มเดินทางอีกครั้ง ถึงแม้ว่าแอพพลิเคชั่นจะนำทางลัดเลาะไปยังเส้นทางแปลกๆ ก็ตามที

ในที่สุดผมก็เดินทางมาถึงจุดหมายจนได้ โดยเสียเวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมง

เมื่อผมเลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ก็ต้องชำระค่าจอดรถยนต์คันละ 30 บาท หลังจากนั้นก็เข้าไปยังลานกางเต็นท์ที่อยู่ด้านในสุดของลานจอดรถ

เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว ผมก็เข้าไปยังที่บริการนักท่องเที่ยว โดยชำระค่าเข้าชมอุทยาน

ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็กคนละ 10 บาท

ค่ากางเต็นท์ คนละ 30 บาทต่อคน ต่อคืน

ลานกางเต็นท์น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

สำหรับคนที่มากางเต็นท์ที่ ลานนับดาว เมื่อเข้ามาแล้ว จะเป็นลานกว้าง มี 2 ด้านให้เลือกกางเต็นท์ มองเข้าไปด้านขวามือจะใกล้กับริมธารน้ำตก หากกางเต็นบริเวณนี้แล้วท่านจะได้ยินเสียงน้ำตกดังตลอดทั้งคืน บางคนก็ชอบ บางคนก็ว่าใกล้น้ำตกยุงมันเยอะ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเยอะหรือเปล่าเพราะไม่ได้เลือกกางเต็นท์ใกล้ริมน้ำตก แต่ช่วงเช้าบริเวณนี้จะร่มกว่าอีกด้านหนึ่ง ทางซ้ายมือ

อีกด้านทางซ้ายมือที่ผมเลือกกางเต็นท์ เป็นด้านที่ติดริมถนน เนื่องจากอีกฝั่งด้านขวา ผมคิดว่าไกลห้องน้ำ และไกลจากจุดจอดรถยนต์ ตอนที่ผมมาถึงประมาณ 11:00 น. ตรงบริเวณด้านซ้ายมือนี้มันพอมีร่มไม้ เราจึงไปจับจองใต้ต้นไม้ซึ่งไม่ใหญ่มาก และไม่มีกิ่งไม้ใหญ่ด้านบนให้เสียวใส้ว่ามันจะร่วงหล่นลงมาทับเต็นท์หรือไม่ ผมพยายามดูทำเลกางเต็นท์ไปรอบๆ อีกฝั่งด้านน้ำตกเหมือนกัน แล้วลองเดินไปตรวจดูที่จะไปกางเต็นท์ก็ดันเป็นลักษณะแอ่งมีน้ำขังแฉะๆ เล็กน้อยเพราะเมื่อคืนฝนตกลงมาช่วงเช้ามืด

ผมจึงกลับมากางเต็นท์ที่เดิม และคิดว่ารถในถนนชนบทใกล้อุทยานคงจะไม่ค่อยมีรถวิ่งเยอะมากมายสักเท่าไหร่ แต่ว่าผมคิดผิด

หลังจากกางเต็นท์เสร็จไม่นาน ผมก็ได้ยินเสียงทั้งรถบรรทุก รถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์อื่นๆ วิ่งไปมาเสียงดังมากๆ ผมปลอบใจตัวเองและครอบครัวว่าตอนกลางคืนคงจะไม่มีรถวิ่งแน่นอน

ผมจึงเดินไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นลำลอง เพื่อพาลูกสาวไปเล่นน้ำตก ขอบอกไว้ก่อนว่า ห้องน้ำที่ทำการ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย สะอาดมาก ผมเปิดประตูจะก้าวเท้าเข้าไป ก็ต้องชักเท้ากลับ เพราะพื้นสะอาดและแห้งสนิด จนอยากจะถอดรองเท้าเดินเข้าไปในห้องน้ำเลยจริงๆ ครับ

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ผมก็พาครอบครัวขับรถออกมายังลานจอดรถด้านหน้าทางลงน้ำตก และแสดงบัตรค่าเข้าชมอุทยานกับเจ้าหน้าที่ ก็ผ่านเข้าไปยังเขตเล่นน้ำตก อากาศร้อนๆ ก็ทำให้รู้สึกเย็นสบายด้วยไอเย็นของน้ำตก บริเวณโดยรอบสะอาดตามาก เพราะเจ้าหน้าที่กวดขันเรื่องความสะอาด ไม่ให้นักท่องเที่ยวนำถุงหิ้วพลาสติกและอาหารเข้าไปนั่งทานยังเขตริมน้ำตก 

ช่วงน้ำตกชั้นที่ 1 น้ำใสไหลแรงและสวยงาม ไม่มีคนเล่นน้ำบริเวณนี้ จึงเหมาะกับการถ่ายภาพสวยๆ เก็บไว้ดูเล่นเป็นที่ระลึก ลูกสาวผมพยายามจะลงเล่นน้ำตก แต่น้ำตกฝั่งด้านสระบุรี ทางมันชัน และน้ำก็ไหลไม่แรงนัก น้ำนิ่งๆ แลดูไม่ค่อยสะอาด ผมจึงชวนกันข้ามสะพานไปอีกฝั่ง เพราะมองเห็นคนเล่นน้ำกันเยอะ และทางลงเล่นน้ำตกก็ไม่ชันมาก

สะพานข้ามภาค เป็นสะพานข้ามน้ำตก โดยฝั่งที่เราอยู่จะเป็นจังหวัดสระบุรี ภาคกลาง และเมื่อข้ามฝั่งไปจะเป็นจังหวัดนครราชสีมา ภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผมกับลูกสาวลงเล่นน้ำตกด้วยกันอยู่พักใหญ่ๆ จนคุณแม่ยืนรอเมื่อยขาเรียบร้อยแล้ว เพราะไม่มีที่นั่ง ผมก็ชวนกันขึ้นเพื่อกลับไปพักผ่อนยังเต็นท์นอนที่ลานนับดาว

กางเต็นท์น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

ก่อนที่เราจะขับรถไป ลานนับดาว ขับรถผ่านร้านค้าหลายร้าน ทำให้ต้องจอดรถลงไปซื้อของกิน อาหารที่เหมาะกับการมาเที่ยวน้ำตก ก็คงจะหนีไม่พ้น ส้มตำไทยสำหรับลูกสาว และส้มตำปลาร้า ขนมจีน ไก่ย่าง และน้ำอัดลมเย็นๆ โดยราคาขายก็ไม่ได้แพงอะไร เป็นราคาปกติของร้านค้าทั่วไป

ทางร้านให้ตะกร้าใส่ภาชนะอาหารมาให้ด้วย เมื่อรู้ว่าเรากางเต็นท์อยู่ด้านใน และบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยเอาภาชนะและตะกร้ามาคืน พร้อมให้เบอร์โทรสั่งอาหารเผื่อต้องการอาหารเพิ่มเติม

เมื่อทานอาหารเย็นแล้ว ก็รู้สึกอยากทานผลไม้ ผมจึงลุกเดินไปที่จำหน่ายสินค้าอีกครั้ง และซื้อผลไม้อย่าง มะม่วง สับปะรด ฝรั่ง เข้ามานั่งกินที่เต็นท์ก่อนที่จะนอน

ช่วงค่ำๆ ผมนั่งอยู่หน้าเต็นท์ ก็รู้สึกว่ามียุงบินมากัดบ้าง แต่ไม่มาก ยุงตัวใหญ่ชนิดที่บินโฉบมาเห็นตัวดำๆ นึกว่าแมลงวันกันเลยทีเดียว ผมจึงหยิบสเปรย์กันยุงขึ้นมาฉีดบริเวณร่างกาย ก็ช่วยให้ยุงหายไปได้

ผมเริ่มเข้านอนในเต็นท์ อากาศอบอ้าวเล็กน้อยตอนค่ำๆ ต้องใช้พัดลมขนาดเล็กเป่าภายในให้อากาศถ่ายเท แต่ลูกสาวผมก็ยังรู้สึกร้อน จึงขอย้ายไปนอนริมประตูเต็นท์ทั้งที่ปกติเธอมักจะกลัวการนอนริม และต้องขอนอนตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ตลอด

ช่วงหัวค่ำเราจะได้ยินเสียงรถมอเตอรไซค์ท่อเสียงดังขับมาเบิ้ลเครื่องตรงจุดที่เรากางเต็นท์เป็นระยะๆ และยังคงมีรถปิดคอัพส่งของรถบรรทุกหกล้อวิ่งกันไปมา จนถึงเวลา 22:00 น. ทางอุทยานจึงปิดไฟและงดให้ใช้เสียง ทำให้เราอยู่ในความมืดอันเงียบสงบ แต่ก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาเบิ้ลเครื่องเป็นระยะๆ

ตอนกลางคืนดึกๆ ผมนอนไม่ค่อยหลับ เพราะคอยจะลุกไปเข้าห้องน้ำ และบางครั้งก็ได้ยินเหมือนฝนตก แต่เมื่อออกมาดูก็ไม่มีสายฝน คิดว่าน่าจะเป็นน้ำค้างที่หยดลงมาจากต้นไม้ด้านบน

ลานจอดรถน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

ผมตื่นเช้ามาอากาศค่อนข้างเย็นสบาย ลูกสาวผมนอนคดตัวอยู่ในผ้าห่ม มีหมอกจางๆ บริเวณโดยรอบ ผมเห็นคนเริ่มออกมาเดิน และวิ่งออกกำลังกายกันบริเวณลานจอดรถ ผมจึงเดินไปเก็บภาพบรรยากาศบริเวณโดยรอบ

หลังจากนั้นก็มานั่งต้มน้ำร้อน เพื่อเติมลงในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ลูกสาวและภรรยา ผมก็ชงกาแฟดื่มตอนเช้า แล้วก็รีบเก็บเต็นท์ ซึ่งแสงแดดก็ค่อยๆ แผดร้อนขึ้นเรื่อยๆ กว่าจะเก็บเสร็จก็เล่นเอาเหงื่อโชกไปเหมือนกัน เมื่อพร้อมแล้วผมก็พาทุกคนเดินทางกลับบ้าน

 บันทึกการเดินทาง 22-23 มกราคม 2565